เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาตอนเรียนคาบคอนเวอร์ ได้คำศัพท์ใหม่มาเพิ่ม ก็คือ ~思いをする หมายถึง รู้สึก..... แต่จะใช้กับความรู้สึกในแง่ลบ เช่น
痛い思いをする
イヤリングで痛い思いをする前にイヤリングの基礎と注意点についてまとめました。
さびしい思いをする
共働きだと子供は寂しい思いをする?
つらい思いをする
今つらい思いをしながら生きている人は、大変だとは思いますがつらさの中でも、他人に対する思いやりを持てるように努力してはどうでしょうか。
辛い思いをする
何であたしばかり辛い思いをしないといけないの?
วันเสาร์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2553
วันเสาร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2553
タスク5 : 飛行機
タスク5ในคราวนี้อาจารย์กนกวรรณให้ดูรูปภาพแล้วเล่าเรื่องจากที่เห็น
ผู้หญิงคนนึงอยู่ที่เกทมองดูเครื่องบินจากไปด้วยความช็อก แล้วรูปต่อมาก็เป็นรูปผู้หญิงคนนั้นดูทีวีแล้วเห็นข่าวเครื่องบินตก
จากเฉลยที่อาจารย์ให้ดูก็มีอะไรน่าสนใจเยอะแยะเลย
V辞書形+はずだった
เรื่องที่จะทำในอดีต แต่ไม่ได้ทำ
自分が乗るはずだった飛行機
เครื่องบินที่จะขึ้น(แต่ก็ไม่ได้เกิดขึ้น)
出発していました
ตอนที่จะอธิบายว่าเครื่องบินได้ออกไปแล้ว ตัวเองใช้出発しまいました อาจารย์บอกว่าถ้าใช้出発しまいましたก็ไม่ผิดแต่จะแฝงว่าเครื่องบินออกไปแล้ว แล้วก็จบ ไม่มีอะไรจะเล่าต่อ แต่ถ้าใช้出発していましたจะเหมือนมีนัยบอกว่า เดี๋ยวจะมีเรื่องเล่าต่อนะ ยังเล่าไม่จบ
(もし)________すれば/したら、________(し)ている/ていた。
ใช้อธิบายเหตุการณ์ที่ตรงกันข้ามกับความเป็นจริง จะใช้กับเหตุการณ์ในอดีตหรืออนาคตก็ได้
あの飛行機に乗っていたら、死んでいただろう。
ถ้าขึ้นเครื่องลำนั้นไป ก็คงจะตายไปแล้ว
การใช้死んでいたเป็นการบอกสภาพว่าตายไปแล้ว
ปกติแล้วเวลาเราจะอธิบายว่าตายไปแล้วก็มักจะบอกว่า死んだ พอเจอ死んでいたเลยคิดว่าหมายถึงกำลังจะตาย แต่อาจารย์ก็ได้อธิบายโดยยกตัวอย่างเรื่อง ของตก
落ちそうだ。
落ちた 。
落ちている。
นอกจากนี้ก็ยังมีอีกอย่างนึงที่น่าสนใจในปะโยคนี้ก็คือ ทำไมถึงใช้乗っていたらเพราะปกติแล้วใช้~たらมาตลอด อาจารย์อธิบายว่า การใช้乗っていたらเป็นการเน้นสภาพว่าได้ขึ้นเครื่องบินไปแล้ว นั่งอยู่บนเครื่องบินแล้ว
~と思いました
ปกติแล้วถ้าจะอธิบายความรู้สึกของคนอื่นก็จะถูกสอนมาให้ใช้~と思っていましたหรือ~と思っていますแต่จากเฉลยมีหนึ่งประโยคที่ใช้ ~と思いました
「あの飛行機に乗っていたら、死んでいただろう」と思いました。
อาจารย์อธิบายว่า と思いましたก็สามารถใช้กับบุุรุษที่สามได้ เพื่อเน้นว่าเป็นความรู้สึกในตอนนั้น
รู้สึกเหมือนว่าเวลาเจอประโยคแปลกๆทีไร มักจะได้รับคำอธิบายว่า เป็นการเน้นสภาพตลอดเลย ไม่เข้าใจว่าทำไมคนญี่ปุ่นชอบเน้นจัง จะเน้นไปทำไมอ่ะ
ผู้หญิงคนนึงอยู่ที่เกทมองดูเครื่องบินจากไปด้วยความช็อก แล้วรูปต่อมาก็เป็นรูปผู้หญิงคนนั้นดูทีวีแล้วเห็นข่าวเครื่องบินตก
จากเฉลยที่อาจารย์ให้ดูก็มีอะไรน่าสนใจเยอะแยะเลย
V辞書形+はずだったเรื่องที่จะทำในอดีต แต่ไม่ได้ทำ
自分が乗るはずだった飛行機
เครื่องบินที่จะขึ้น(แต่ก็ไม่ได้เกิดขึ้น)
出発していましたตอนที่จะอธิบายว่าเครื่องบินได้ออกไปแล้ว ตัวเองใช้出発しまいました อาจารย์บอกว่าถ้าใช้出発しまいましたก็ไม่ผิดแต่จะแฝงว่าเครื่องบินออกไปแล้ว แล้วก็จบ ไม่มีอะไรจะเล่าต่อ แต่ถ้าใช้出発していましたจะเหมือนมีนัยบอกว่า เดี๋ยวจะมีเรื่องเล่าต่อนะ ยังเล่าไม่จบ
(もし)________すれば/したら、________(し)ている/ていた。ใช้อธิบายเหตุการณ์ที่ตรงกันข้ามกับความเป็นจริง จะใช้กับเหตุการณ์ในอดีตหรืออนาคตก็ได้
あの飛行機に乗っていたら、死んでいただろう。
ถ้าขึ้นเครื่องลำนั้นไป ก็คงจะตายไปแล้ว
การใช้死んでいたเป็นการบอกสภาพว่าตายไปแล้ว
ปกติแล้วเวลาเราจะอธิบายว่าตายไปแล้วก็มักจะบอกว่า死んだ พอเจอ死んでいたเลยคิดว่าหมายถึงกำลังจะตาย แต่อาจารย์ก็ได้อธิบายโดยยกตัวอย่างเรื่อง ของตก
落ちそうだ。
落ちた 。
落ちている。
นอกจากนี้ก็ยังมีอีกอย่างนึงที่น่าสนใจในปะโยคนี้ก็คือ ทำไมถึงใช้乗っていたらเพราะปกติแล้วใช้~たらมาตลอด อาจารย์อธิบายว่า การใช้乗っていたらเป็นการเน้นสภาพว่าได้ขึ้นเครื่องบินไปแล้ว นั่งอยู่บนเครื่องบินแล้ว
~と思いましたปกติแล้วถ้าจะอธิบายความรู้สึกของคนอื่นก็จะถูกสอนมาให้ใช้~と思っていましたหรือ~と思っていますแต่จากเฉลยมีหนึ่งประโยคที่ใช้ ~と思いました
「あの飛行機に乗っていたら、死んでいただろう」と思いました。
อาจารย์อธิบายว่า と思いましたก็สามารถใช้กับบุุรุษที่สามได้ เพื่อเน้นว่าเป็นความรู้สึกในตอนนั้น
รู้สึกเหมือนว่าเวลาเจอประโยคแปลกๆทีไร มักจะได้รับคำอธิบายว่า เป็นการเน้นสภาพตลอดเลย ไม่เข้าใจว่าทำไมคนญี่ปุ่นชอบเน้นจัง จะเน้นไปทำไมอ่ะ
วันอังคารที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2553
~ている✏ 結果の状態
เมื่อวานอาจารย์กนกวรรรณสอนเกี่ยวกับเรื่อง ~ている ซึ่งเป็นประโยชน์มากถึงมากที่สุด ช่วยให้เข้าใจการใช้~ているในแบบต่างๆมากขึ้น
วันนี้ก็จะมาอัพเรื่องการใช้ ~ている แบบ 結果の状態 แสดงผลลัพธ์ของเหตุการณ์ก่อนละกัน
กริยาแสดงการเคลื่อนที่ เช่น 行く、来る、帰る、出かける、入る、出る、着く
เรื่องนี้ก็มีไปดูเพิ่มจากหนังสือ日本語あきこと友だち 4 (บุษบา บรรจงมณีและคณะ 2547 : 132-133) ที่เรียนไปตอนม.5 ก็มีเกี่ยวกับเรื่องนี้เหมือนกัน
กริยาเคลื่อนที่+~ている
ปกติเวลาเห็น ~ている ทีไรก็ชอบคิดว่าเป็นcontinuous อยู่เรื่อย แต่จริงๆแล้วการใช้ ~ている กับกริยาเคลื่อนที่อย่างที่ยกตัวอย่างไปจะหมายถึงว่า เคลื่อนที่ถึงจุดหมายแล้ว และอยู่ในสถานที่นั้น ไม่ได้หมายถึงกำลังเคลื่อนที่หรือเดินทางอยู่
เช่น 両親がタイに来ています。 พ่อแม่มาถึงเมืองไทยแล้วและขณะนี้กำลังอยู่ที่
เมืองไทย
มาดูอีกตัวอย่างนึง
七時には学校に着いています。 ตอน 7 โมงนั้น กำลังอยู่ที่โรงเรียน แสดงว่าถึงโรงเรียน(着きました)ตั้งแต่ก่อน 7 โมงแล้วและอยู่ที่โรงเรียนตลอดนับตั้งแต่นั้น ตอน 7 โมงเลยอยู่ในสภาพ 着いています ไม่ได้หมายถึงถึงโรงเรียนตอน 7 โมง
กริยาที่เกี่ยวกับการสวมใส่ เช่น 着る、はく、かぶる
อันนี้ก็จำมาตลอดเลยว่ากริยาที่เกี่ยวกับการสวมใส่ต้องใช้รูป ~ている แต่ก็ไม่เคยเข้าใจจริงๆเลยว่าทำไม ก็งงว่าถ้าใช้ ~ている มันจะไม่ได้หมายถึงactionตอนที่กำลังใส่อยู่หรอ แต่ตอนนี้ก็เข้าใจแล้วว่าหมายถึง สภาพหรือผลลัพธ์ของกริยานั้นต่างหาก
เช่น 帽子をかぶっています。 หมายถึง ใส่หมวกอยู่ ไม่ได้หมายถึงactionตอนที่กำลังใส่หมวก
กริยาที่เกิดขึ้นในทันทีทันใด อย่างเช่น 結婚、忘れる
กริยาพวกนี้เป็นประเภทที่ไม่สามารถระบุจุดเริ่มต้นหรือจุดจบของกริยานั้นได้ อย่างการแต่งงาน เราก็ไม่สามารถบอกได้ชัดเจนว่าเริ่มแต่งงานตั้งแต่ตอนไหน หรือจบลงเมื่อไหร่
ข้อสังเกตก็คือ กริยาพวกที่แสดงผลลัพธ์นี้จะไม่สามารถใช้รูป ~ている เพื่อบอกช่วงเวลาได้
x 姉は3年間結婚しています。
ที่ถูกต้อง คือ
0 姉は結婚して(から)、3年になります。
ทั้งๆที่รูปนี้ก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไร แล้วก็เรียนมาตั้งนานแล้ว แต่ไม่เคยเอามาใช้เลย ไม่รู้ทำไม ต่อไปนี้ก็จะจำเอารูปนี้ไปใช้ จะได้ใช้ได้ถูกซะที
วันนี้ก็จะมาอัพเรื่องการใช้ ~ている แบบ 結果の状態 แสดงผลลัพธ์ของเหตุการณ์ก่อนละกัน
กริยาแสดงการเคลื่อนที่ เช่น 行く、来る、帰る、出かける、入る、出る、着く
เรื่องนี้ก็มีไปดูเพิ่มจากหนังสือ日本語あきこと友だち 4 (บุษบา บรรจงมณีและคณะ 2547 : 132-133) ที่เรียนไปตอนม.5 ก็มีเกี่ยวกับเรื่องนี้เหมือนกัน
กริยาเคลื่อนที่+~ている
ปกติเวลาเห็น ~ている ทีไรก็ชอบคิดว่าเป็นcontinuous อยู่เรื่อย แต่จริงๆแล้วการใช้ ~ている กับกริยาเคลื่อนที่อย่างที่ยกตัวอย่างไปจะหมายถึงว่า เคลื่อนที่ถึงจุดหมายแล้ว และอยู่ในสถานที่นั้น ไม่ได้หมายถึงกำลังเคลื่อนที่หรือเดินทางอยู่
เช่น 両親がタイに来ています。 พ่อแม่มาถึงเมืองไทยแล้วและขณะนี้กำลังอยู่ที่
เมืองไทย
มาดูอีกตัวอย่างนึง
七時には学校に着いています。 ตอน 7 โมงนั้น กำลังอยู่ที่โรงเรียน แสดงว่าถึงโรงเรียน(着きました)ตั้งแต่ก่อน 7 โมงแล้วและอยู่ที่โรงเรียนตลอดนับตั้งแต่นั้น ตอน 7 โมงเลยอยู่ในสภาพ 着いています ไม่ได้หมายถึงถึงโรงเรียนตอน 7 โมง
กริยาที่เกี่ยวกับการสวมใส่ เช่น 着る、はく、かぶる
อันนี้ก็จำมาตลอดเลยว่ากริยาที่เกี่ยวกับการสวมใส่ต้องใช้รูป ~ている แต่ก็ไม่เคยเข้าใจจริงๆเลยว่าทำไม ก็งงว่าถ้าใช้ ~ている มันจะไม่ได้หมายถึงactionตอนที่กำลังใส่อยู่หรอ แต่ตอนนี้ก็เข้าใจแล้วว่าหมายถึง สภาพหรือผลลัพธ์ของกริยานั้นต่างหาก
เช่น 帽子をかぶっています。 หมายถึง ใส่หมวกอยู่ ไม่ได้หมายถึงactionตอนที่กำลังใส่หมวก
กริยาที่เกิดขึ้นในทันทีทันใด อย่างเช่น 結婚、忘れる
กริยาพวกนี้เป็นประเภทที่ไม่สามารถระบุจุดเริ่มต้นหรือจุดจบของกริยานั้นได้ อย่างการแต่งงาน เราก็ไม่สามารถบอกได้ชัดเจนว่าเริ่มแต่งงานตั้งแต่ตอนไหน หรือจบลงเมื่อไหร่
ข้อสังเกตก็คือ กริยาพวกที่แสดงผลลัพธ์นี้จะไม่สามารถใช้รูป ~ている เพื่อบอกช่วงเวลาได้
x 姉は3年間結婚しています。
ที่ถูกต้อง คือ
0 姉は結婚して(から)、3年になります。
ทั้งๆที่รูปนี้ก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไร แล้วก็เรียนมาตั้งนานแล้ว แต่ไม่เคยเอามาใช้เลย ไม่รู้ทำไม ต่อไปนี้ก็จะจำเอารูปนี้ไปใช้ จะได้ใช้ได้ถูกซะที
วันอาทิตย์ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2553
あ然とした!!!
เมื่อวันอังคารที่แล้ว ในวิชา JP CONVER 4 池谷先生 กับ 松井先生คืนข้อสอบกลางภาคมาให้ดู เปิดข้อสอบมาแล้วตกใจจริงๆ ปากกาแดงเต็มไปหมดเลยทีเดียว 5555
มีข้อสงสัยอยู่อย่างนึงคือ เรื่องการใช้ あ然とした ในข้อสอบข้อนึง
いつも冗談しか言わない友達に、ものすごくほめられた。
สิ่งที่โจทย์ให้ทำก็คือ ให้เติมความรู้สึกว่าจากเหตุการณ์ดังกล่าว จะรู้สึกยังไง
ก็ตอบไปว่า あ然とした ก็ผิด เลยลองไปถาม 松井先生ดูว่าทำไมถึงใช้ไม่ได้
อาจารย์บอกว่า あ然とした ใช้กับเรื่องที่ผลออกมาเป็นแง่ลบ
จากเหตุการณ์นี้ เพื่อนชมเป็นเรื่องดี ก็เลยใช้ไม่ได้
ตอนนี้ก็เลยเข้าใจการใช้ あ然とした มากขึ้นมานิดนึง
มีข้อสงสัยอยู่อย่างนึงคือ เรื่องการใช้ あ然とした ในข้อสอบข้อนึง
いつも冗談しか言わない友達に、ものすごくほめられた。
สิ่งที่โจทย์ให้ทำก็คือ ให้เติมความรู้สึกว่าจากเหตุการณ์ดังกล่าว จะรู้สึกยังไง
ก็ตอบไปว่า あ然とした ก็ผิด เลยลองไปถาม 松井先生ดูว่าทำไมถึงใช้ไม่ได้
อาจารย์บอกว่า あ然とした ใช้กับเรื่องที่ผลออกมาเป็นแง่ลบ
จากเหตุการณ์นี้ เพื่อนชมเป็นเรื่องดี ก็เลยใช้ไม่ได้
ตอนนี้ก็เลยเข้าใจการใช้ あ然とした มากขึ้นมานิดนึง
วันพุธที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2552
ポートフォリオ目標
เมื่อวันอังคารที่แล้วพรีเซนต์目標ที่จะทำportfolioในวิชา applied JP linguistics 目標ที่ตั้งไว้ก็คือ เข้าใจและสามารถเลือกใช้ ~た、 ~ている、
~ていた ได้อย่างถูกต้องมากขึ้น ที่เลือกเรื่องนี้ก็เพราะเป็นคนที่มีปัญหาเรื่องนี้อย่างเห็นได้ชัด สังเกตได้จากงาน作文ซึ่งแทบทุกครั้งเลยทีเดียวที่จะผิดเรื่องนี้ จริงๆก็รู้ตัวนะว่ามีปัญหาเรื่องนี้ เวลาจะเขียนหรือพูดก็พยายามระวังตลอด แต่ก็ยังผิดอยู่ดี อาจจะเป็นเพราะเราไม่เข้าใจการใช้จริงๆก็ได้ แล้วก็ไม่เข้าใจวิธีคิดเรื่องความสัมพันธ์ของเหตุการณ์กับเวลาของคนญี่ปุ่นด้วย
แล้วก็ยังเห็นว่ามีเพื่อนอีกหลายคนที่เลือกทำเรื่องนี้เหมือนกัน อาจจะเป็นเพราะว่าคนไทยไม่ค่อยมี意識ในเรื่องนี้ละมั้ง ในภาษาไทยไม่ต้องคิดเรื่องテンスกับ
アスペクトเลย ไม่ต้องมาผันอะไรให้ยุ่งยาก พอมาเป็นภาษาญี่ปุ่นแล้ว ต้องมาคิดเรื่องテンスกับアスペクトก็เลยทำให้มีปัญหา ก็เลยอยากจะลองศึกษาแล้วก็สังเกตการใช้ ~た、 ~ている、 ~ていた อย่างจริงๆจังๆซักที
~ていた ได้อย่างถูกต้องมากขึ้น ที่เลือกเรื่องนี้ก็เพราะเป็นคนที่มีปัญหาเรื่องนี้อย่างเห็นได้ชัด สังเกตได้จากงาน作文ซึ่งแทบทุกครั้งเลยทีเดียวที่จะผิดเรื่องนี้ จริงๆก็รู้ตัวนะว่ามีปัญหาเรื่องนี้ เวลาจะเขียนหรือพูดก็พยายามระวังตลอด แต่ก็ยังผิดอยู่ดี อาจจะเป็นเพราะเราไม่เข้าใจการใช้จริงๆก็ได้ แล้วก็ไม่เข้าใจวิธีคิดเรื่องความสัมพันธ์ของเหตุการณ์กับเวลาของคนญี่ปุ่นด้วย
แล้วก็ยังเห็นว่ามีเพื่อนอีกหลายคนที่เลือกทำเรื่องนี้เหมือนกัน อาจจะเป็นเพราะว่าคนไทยไม่ค่อยมี意識ในเรื่องนี้ละมั้ง ในภาษาไทยไม่ต้องคิดเรื่องテンスกับ
アスペクトเลย ไม่ต้องมาผันอะไรให้ยุ่งยาก พอมาเป็นภาษาญี่ปุ่นแล้ว ต้องมาคิดเรื่องテンスกับアスペクトก็เลยทำให้มีปัญหา ก็เลยอยากจะลองศึกษาแล้วก็สังเกตการใช้ ~た、 ~ている、 ~ていた อย่างจริงๆจังๆซักที
วันอาทิตย์ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2552
ドラえもん♫ ♬ ♪ じょうずに話せ、発表できる
ในวิชาJP reading2 อาจารย์อัษฎายุทธให้อ่านหนังสือนอกเวลากันคนละเล่ม
โดยให้เลือกจาก 日本語講座推薦図書100冊
ก็เลยเลือก ドラえもんตอนじょうずに話せ、発表できる

ที่เลือกเรื่องนี้ก็เพราะว่าเวลาเรียนมีงานที่ต้อง発表เยอะ โดยเฉพาะเทอมนี้รู้สึกว่ามีงานที่ต้องพูดเยอะจัง ต้องเล่าเรื่องหลายอย่าง อย่าง出来事 แล้วก็เล่าเรื่องそれは秘密です。รู้สึกว่าตัวเองทำได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ก็เลยอยากจะหาเทคนิคที่จะมาพัฒนาการพูดบ้าง
หนังสือเล่มนี้อ่านง่ายมากๆ คำที่เป็น漢字ก็มี振り仮名กำกับด้วย มีสอนการพูดในหลายๆแบบอย่างการแนะนำตัว การเล่านิทาน การพูดspeech การโต้วาที โดราเอมอนเริ่มต้นด้วยเทคนิคพื้นฐานที่จะช่วยพัฒนาทักษะการพูด มี5อย่างก็คือ
การจัดรูปปากให้ถูกต้อง
การบริหารใบหน้าและปาก
ความดังเบาของเสียง
ความเร็ว
เสียงสูงต่ำ
หลังจากที่ได้เทคนิคนี้ก็พยายามเอาไปปรับใช้กับการอ่านเรื่อง銀河鉄道の夜ในวิชาคอนเวอร์ ก็รู้สึกว่าช่วยให้ดีขึ้นบ้าง แต่ก็ยังไม่มากเท่าไหร่ ต่อจากนี้คิดว่าถ้าเอาไปฝึกบ่อยๆก็น่าจะช่วยได้เยอะ
โดยให้เลือกจาก 日本語講座推薦図書100冊
ก็เลยเลือก ドラえもんตอนじょうずに話せ、発表できる

ที่เลือกเรื่องนี้ก็เพราะว่าเวลาเรียนมีงานที่ต้อง発表เยอะ โดยเฉพาะเทอมนี้รู้สึกว่ามีงานที่ต้องพูดเยอะจัง ต้องเล่าเรื่องหลายอย่าง อย่าง出来事 แล้วก็เล่าเรื่องそれは秘密です。รู้สึกว่าตัวเองทำได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ก็เลยอยากจะหาเทคนิคที่จะมาพัฒนาการพูดบ้าง
หนังสือเล่มนี้อ่านง่ายมากๆ คำที่เป็น漢字ก็มี振り仮名กำกับด้วย มีสอนการพูดในหลายๆแบบอย่างการแนะนำตัว การเล่านิทาน การพูดspeech การโต้วาที โดราเอมอนเริ่มต้นด้วยเทคนิคพื้นฐานที่จะช่วยพัฒนาทักษะการพูด มี5อย่างก็คือ
การจัดรูปปากให้ถูกต้อง
การบริหารใบหน้าและปาก
ความดังเบาของเสียง
ความเร็ว
เสียงสูงต่ำหลังจากที่ได้เทคนิคนี้ก็พยายามเอาไปปรับใช้กับการอ่านเรื่อง銀河鉄道の夜ในวิชาคอนเวอร์ ก็รู้สึกว่าช่วยให้ดีขึ้นบ้าง แต่ก็ยังไม่มากเท่าไหร่ ต่อจากนี้คิดว่าถ้าเอาไปฝึกบ่อยๆก็น่าจะช่วยได้เยอะ
วันพฤหัสบดีที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2552
出来事
เมื่อวันศุกร์ที่แล้ววิชาคอนเวอร์ อาจารย์松井ให้เล่า出来事แล้วก็ให้เพื่อนอีกคนมาเป็นคนฟังคุยโต้ตอบกัน
เรื่องการลงท้ายประโยคด้วย~よ
อาจารย์แนะนำว่าให้แก้เป็น~のจะดีกว่า
本当に腹がたったの。
การเกริ่นนำก่อนที่จะเล่าเรื่อง หลายคนใช้การลงท้ายด้วย~よหรือ~けど・・・・・
うらしかったことがあるんだよ。
うらしかったことがあるんだけど・・・・・
อาจารย์แนะนำว่าควรจะเปลี่ยนเป็น
การใช้あいづちช่วยให้บทสนทนาดูเป็นธรรมชาติและราบรื่นขึ้นมาก แล้วก็ดูเป็นมารยาทที่ดีด้วย เพราะแสดงว่าคนฟังกำลังตั้งใจฟังอยู่ แต่ยังไงก็รู้สึกว่าเรื่องนี้ยากมาก อาจจะเป็นเพราะไม่ค่อยมีโอกาสได้คุยกับคนญี่ปุ่นมากเท่าไหร่ ก็เลยไม่รู้จะพัฒนายังไงดี คิดว่าบางทีถ้าดูละครหรือหนังญี่ปุ่นมากขึ้นก็อาจจะพอช่วยได้บ้างก็ได้
หัวข้อที่มีก็คือ 驚いた話、うれしかった話、悲しかった話、恥ずかしかった話、腹が立った話、おもしろくて笑った話
เรื่องการลงท้ายประโยคด้วย~よ
ตัวเองเป็นคนที่เวลาเล่าเรื่องชอบติดลงท้ายด้วย~よทั้งๆที่ตอนที่เพื่อนคนอื่นเล่าไปก่อนหน้า อาจารย์ก็บอกไปแล้วว่าถ้าใช้~よจะดูเหมือนเราไปยัดเยียดข้อมูลให้คนฟัง ความจริงแล้วเค้าอาจจะไม่ได้อยากรู้ขนาดนั้นก็ได้ แต่มันก็ติดปาก แล้วตอนเล่าก็คิดไม่ทันด้วยว่าจะใช้อะไรแทน ก็เลยใช้ไปว่า
本当に腹が立ったよ。อาจารย์แนะนำว่าให้แก้เป็น~のจะดีกว่า
本当に腹がたったの。
นอกจากนี้ จากกิจกรรมนี้ก็ยังได้ความรู้เรื่องอื่นๆเพิ่มอีกด้วย
การเกริ่นนำก่อนที่จะเล่าเรื่อง หลายคนใช้การลงท้ายด้วย~よหรือ~けど・・・・・うらしかったことがあるんだよ。
うらしかったことがあるんだけど・・・・・
อาจารย์แนะนำว่าควรจะเปลี่ยนเป็น
うらしかったことがあるんだけどね・・・・・
การใช้あいづちช่วยให้บทสนทนาดูเป็นธรรมชาติและราบรื่นขึ้นมาก แล้วก็ดูเป็นมารยาทที่ดีด้วย เพราะแสดงว่าคนฟังกำลังตั้งใจฟังอยู่ แต่ยังไงก็รู้สึกว่าเรื่องนี้ยากมาก อาจจะเป็นเพราะไม่ค่อยมีโอกาสได้คุยกับคนญี่ปุ่นมากเท่าไหร่ ก็เลยไม่รู้จะพัฒนายังไงดี คิดว่าบางทีถ้าดูละครหรือหนังญี่ปุ่นมากขึ้นก็อาจจะพอช่วยได้บ้างก็ได้
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)

